วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559

ฉันมาวัดพระธรรมกายแล้วชีวิตดีขึ้นอย่างไร

   



         ก่อนที่จะมารู้จักวัดพระธรมกาย ฉันก็เหมือนกับทุกคนทั่วไป
       
      "ศีล"คืออะไร    ไม่เคยรู้แต่เคยได้ยินพระให้ศีลตอนไปวัด แต่กลับมาบ้านก็ยังฆ่าสัตว์เพื่อทำเป็นอาหารและก็ไม่มีใครมาบอกว่าบาป  ผิดศีลเกือบทุกข้อ
     
       จนมาเข้าวัดพระธรรมกายจึงรู้และเข้าใจ   เพราะที่นี่สอนให้รู้จักการ  "นั่งสมาธิ" ปัญญาที่เกิดจากการนั่งหลับตาทำให้ฉันเข้าใจศีลมากยิ่งขึ้น และเห็นแนวทางการปฏิบัติจากคำสอนของหลวงพ่อ "ธัมมชโย"  ทำให้ฉันได้ลองถือศีล ห้า และศีล แปด
     

      "คำว่า สมาธิ"  คำเดียวสั้นๆปฏิบัติได้ง่าย   ทำให้ชีวิตของฉันรู้จักและสัมผัสได้ถึงคำว่า "ความสุข"
       

      สุข     จาก    พอใจในสิ่งที่มีอยู่
 
      สุข     จาก    การรู้จักให้

      สุข    จาก     การนั่งหลับตาเฉยๆๆ

วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559

หลวงพ่อธัมมชโยที่ฉันรู้จัก









                           

                         นี่คือหลวงพ่อ "ธัมมชโย" ที่ฉันรู้จักและเห็นจนคุ้นตา  ปกติของท่านคือชอบนั่งสมาธิ ซึ่งท่านจะบอกลูกๆเสมอว่านี่คืองานที่ท่านถนัด และปรารถนาอยากนั่งหลับตาอย่างนี้ตลอดไป งาน "ระดมทุน"ท่านไม่ถนัดเลย  แต่ท่านก็ต้องทำเพราะในใจของท่านหวังอยากให้  "ชาวโลกพบสันติสุขภายใน" อยากมีสถานที่ให้พอรองรับคนที่จะมานั่งหลับตากับท่าน เขาเหล่านั้นจะได้ไม่ลำบาก
                        ลำพังตัวท่านเองอยู่อย่างสมถะ เรียบง่าย  ชอบสันโดษ  แต่ท่านก็ยังดูแลเอาใจใส่ลูกๆในองค์กร และยังสอนธรรมะไม่เคยขาด ผ่านสื่อสีขาวช่อง DMC อีกครั้งวันอาทิตย์ต้นเดือนก็นำนั่งปฏิบัติธรรมในสภาธรรมกายสากลให้กับสาธุชนอย่างต่อเนื่องมาหลายสิบปี  ไม่เคย "พัก" หรือบ่นว่า "เหน็ดเหนื่อย" เลย




วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559








          ข้าพเจ้าเข้าวัดพระธรรมกายปี2541 โดยไม่ได้สนใจข่าว      เพราะไม่ต้องการให้ใครมาชี้แนะเราโดยที่เรายังไม่ได้พิสูจน์     วันแรกที่ข้าพเจ้าเข้ามาในวัดพระธรรมกายดูช่างใหญ่โต แต่แฝงด้วยความ  บอุ่น   ร่มรื่น   มองไปทางไหนมีแต่คนใส่ชุดขาว    ดูสงบ     สง่างาม ทำให้ข้าพเจ้าคิดว่ายังมีสถานที่แบบนี้อยู่โลกปัจจุบันด้วยหรือ  คิดว่ามีแต่ในสมัยพุทธกาล  (ข้าพเจ้าเป็นคนชอบไปวัด ไปเกือบทุกวัดทั่วประเทศไทย โชคดีที่อาชีพเกี่ยวกับการเดินทาง ทำให้ข้าพเจ้าได้แวะดูสถานที่ต่างๆ)
          ทุกวัดที่ไปข้าพเจ้าก็ชอบในแบบต่างๆกัน แต่มาวัดพระธรรมกาย  "ใช่เลย " ทุกอย่าง มันคือคำตอบทุกอย่างที่ข้าพเจ้าได้เสาะแสวงหา
         นี่แค่ก้าวแรกที่ดึงดูดข้าพเจ้ามาวัดทุกวันอาทิตย์  และนำคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อมาใช้ในชีวิตประวัน และมีกำลังใจในการทำความดีมากขึ้น ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาตักบาตรทุกวัน     สวดมนต์นั่งสมาธิ  รู้เลยว่าการทำให้ชีวิตมีความสุขง่ายนิดเดียวเอง "คือการให้  ให้ทาน  ให้อภัย ที่สำคัญให้โอกาสตัวเองอย่าปิดกั้นด้วยการฟังจากคนอื่น"
        ข้าพเจ้าขอขอบคุณ วัดพระธรรมกายและพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ที่เมตตาได้สร้างวัดดีๆ สร้างพระดีๆให้ลูกกราบได้อย่างสนิทใจ  พระคุณนี้ถ้าข้าพเจ้าต้องทดแทนด้วยชีวิตข้าพดเจ้าก็ยินดี
       ไม่ว่าใครจะคิดร้ายหรือว่าร้ายกับวัดมากแค่ไหน ขอให้รู้ไว้ว่าไม่ใช่ความจริงเลยสักนิด ไม่เชื่อถามลูกศิษย์วัดพระธรรมกายได้ทุกคน  ถ้าต้องความเข้าใจถามมาใน  Blogger ของข้าพเจ้าได้ค่ะ (เฉพาะคนอยากเข้าใจเท่านั้นค่ะ)